แกะห้อง รื้องานสัมนา

posted on 14 Oct 2009 21:32 by deathtyrune

 "บทความต่อไปนี้ เป็นการเขียนเอามันที่มาจากเหตุการณ์จริง หลายๆที่มาผสมได้อย่างด้านสุดๆ เหมาะสำหรับงานฉาบ ถ้าคิดว่าไม่เคยเจอเหมือนอย่างเราเจอ โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชมอย่างที่สุด"

ผลงานต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งที่ผมได้เขียนเป็นงานส่งอาจารย์ในวิชาเขียนเรื่องสั้น(ส่งไปแล้ว)จึงคัดบทความพื้นๆมาให้ยำกัน" 

 

************************************

แกะห้อง รื้อสัมมนา"            รู้สึกว่า ยิ่งโตขึ้นก็ยิ่งอยากหาประสบการณ์มากขึ้น บางครั้งการออกไปสูดอากาศข้างนอกก็ยังดีกว่านั่งหน้าจอคอม ครั้งจะเดินแบบไร้จุดหมายก็โดนแม่ด่า เราก็ตอบไปว่าไปหอศิลป์ ไปห้องสมุด ไปดูการ์ตูน ไปเยี่ยมญาติ ไปแต่งคอสเพลย์ และไปงานสัมมนา           

 พอพูดถึงเรื่องงานสัมมนานี่เป็นอีกทางเลือกที่มักจะออกข้างนอก บางครั้งได้จดหมายเชิญแบบดื้อๆ ไปสมัรคผ่านอินเตอร์เน็ต ญาติชวน เพื่อนชวนและพนักงานหน้างานชวน เออแฮะ การไปงานสัมมนานอกจากจะได้ความรู้และของแถมแล้ว เวลาที่หิวก็ช่วยได้มากทีเดียว อาหารจะอร่อยหรือธรรมดาก็ไม่เป็นไร ขึ้นชื่อว่าของกิน ยังไงก็มีผม             เมื่อใดที่มีอาหาร มีวิทยากรให้กัดเล่น มีห้องแอร์ให้นั่งพัก มีความรู้ยัดให้เปลืองสมอง รับรองต้องมีผม ผมไปมาทั่วเจ็ดย่านหอประชุมมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสัมมนาทำอาหาร เปิดประเด็นหนังสือสด ประกวดแพนด้ายมทูต สงครามโคตร2ครีเอทีฟ(อุ๊ยเล่นคำไม่สุภาพโทษที) รายการแฉอาหารเสริมสูตรนรก เฉือนนรก2คน2แพทย์ ตำนานอาจารย์หยก ไอ้แมงเกษตร ไอ้แมงเกษตร2ไอ้แมงเกษตร3 เป็นต้น(แหม เขียนยังกับชื่อภาพยนต์)           

 ในฐานะที่ผมไปงานสัมมนาบ่อย ดังนั้นผมจะเห็นอะไรที่มันเป็นธีมเหมือนๆกัน เอาล่ะ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เดี๋ยวผมจะนำพาตั้งแต่ต้นทางเลย ว่ามีอะไรที่มันน่าสนใจ เผื่ออาจเป็นแนวทางให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา           

 1.หน้างาน แหมไม่มีหน้างานแล้วไอ้ที่เหลือมันจะเหลือเร๊อ หน้างานคือเป็นส่วนที่มีป้ายชื่องาน โดยปกติถ้าไม่ใช่สายพวกครีเอทีฟสร้างสรรค์ มักจะทำด้วยผ้าใบสีขาว มี3สี คือ ผ้าสีขาว(ไมใช่ผ้าสีอื่นแล้วจะเรียกว่าสีขาวรึ) สีแดง สีน้ำเงิน มีแค่นั้น ใช้สีอื่นไม่ได้เดี๋ยวไม่สวย มาสมกับงานสัมมนาที่เน้นความรู้อย่างเดียว บางงานก็จะมีธงราว เชือกมันแข็งแรงมากเหมาะเอาไปตากผ้าจริงๆ ส่วนด้านขวา จะมีโต๊ะยาวๆบนโต๊ะบางครั้งมีผ้า บางครั้งไม่มีแฮะ บนโต๊ะมักจะมีดอกไม้วางตรงกลาง บางโต๊ะ เอาดอกไม้มาประดับรอบโต๊ะเลย แล้วจะมีกระดานหนีบกระดาษติดปะกา อ๋อ ลงทะเบียนเข้างาน แต่ไม่รู้ลงทะเบียนทำไม ถ้าลงแต่ชื่อ และเบอร์โทรก็พอ บางครั้งมันล่อให้ลงที่อยู่ ไม่ทราบว่าจะมีใครเยี่ยมบ้านหรือส่งจดหมายรึเพราะที่บ้านมีแต่บุรุษไปรษณีย์ เซลล์แมน จดหมายก็จดหมายกฐิน ร้ายแรงสุดก็จดหมายลูกโซ่  แล้วที่ต้องลงอีเมล์ล่ะ ลงแล้วมีส่งอะไรบ้างไหม ที่ส่งมาก็มีแต่จดหมายเชิญขายของ สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกที่สมัรควันนี้รับฟรี เครื่องสำอางสำหรับทดลอง กำ บางครั้งเมื่อลงทะเบียนเสร็จก็มีของที่ระลึก บ้างแต่ไม่รู้ว่าใช้ประโยชน์อะไร โดยเฉพาะพวงกุญแจที่บางคนมีเยอะจบแทบหาที่คล้องไม่ได้ เอาทับกระดาษยังไม่ได้เล้ย           

2.กลางงาน เมื่อผ่านภารกิจที่หน้างานได้โดยไม่เสียกำลังพล กลางงานที่ต้องเผชิญคือ แผ่นบอร์ดข้อความต่างๆซึ่งเป็นข้อความความรู้ที่จะมีภายในงาน อธิบายลักษณะวิทยากรว่าเคยผ่านประวัติโชกโชนอะไรบ้าง แล้วบริเวณนี้มักจะมีอาหารด้วย ถ้าเป็นอาหารใส่กล่อง แหมถือสะดวก(โดยเฉพาะเอากลับบ้าน) บางครั้งมาเป็นแก้ว อ้า น้ำปานะเอ๊ย เครื่องดื่มชง บางครั้งก็มาเป็นน้ำขวดกับแซนวิช บางครั้งเอ๋ ถ้าเป็นถาดทรงแปลกๆ มีฝาล่ะก้อ ค๊อกเทลแฮะ รายนี้เอากลับบ้านยากมาก ถ้าไม่มีกล่อง(นี่แหละนักเรียนข้อดีของการพกกล่องใส่อาหารแทนใส่กล่องโฟม) แต่จะมีจุดหนึ่งจะมีอาหารใส่ถาดซะหรู มีอาหารที่ไม่เหมือนชาวบ้านเขาแต่หน้าตาอร่อยเป็นบ้า แหมอิจฉาจริงๆเค้าบอกว่าเอาไว้สำหรับวิทยากร ประธาน แขกผู้ใหญ่ทาน เอามาให้ดูยั่วกิเลสไปงั้นๆบางครั้งก็โชว์ผลงานจำลองดูๆไปก็น่ารักดี บางครั้งก็มีขายของยังกะตลาดนัด แหม บรรยากาศกลางงานเหมาะแก่การลักลอบเข้าไปสอดแนมจริงๆ ทุกคน เตรียมกล่องกระดาษไว้           

 3.ในงาน จะมีเก้าอี้เรียงรายเป็นระเบียบมากเหมือนในสมัยสงครามโลกครั้งที่2ที่มีทหารเยอรมันมายืนเข้าแถวเพื่อสวนสนาม แต่ทำม๊าย ถึงจัดเป็นรูปเดียวซะหมด คือเรียงกระดานเคารพธงชาติ แล้วเว้นว่างให้เข้าตรงกลาง ไม่ลองคิดทำแบบอื่นบ้างหรือ สนุกออก ไม่ว่าล้อมเป็นวงกลม ก็ดี เป็นแถวขั้นบันไดแบบโรงภาพยนตร์ก็ดี(เพระยังไงก็ฉายภาพยนตร์อยู่ดี) ตรงหน้าสุด(หรือในสุด)ก็จะมีเวทีนุ่มๆ มีเก้าอี้ มีโต๊ะ และมีกระถางบนโต๊ะ ทำไม่เอาอย่างอื่นประดับโต๊ะบ้าง เช่น กันดั้ม ฟิกม่า หรืออะไรก็ได้ที่ไม่จำเป็นดอกไม้ บางครั้งก็มีคอมไว้ต่อโปรเจคเตอร์ ไว้ฉายภาพยนตร์ แล้วที่ขาดไม่ได้คือ ไอ้แผ่นผ้าตัวเดิมที่อยู่หน้างานไอยู่บนเวทียังกะแกะ ข้างๆในหลืบจะมีพนักงานกระจายเสียงที่เตรียมพร้อมจะโดนลืมเพราะอยู่มืดมาก บางครั้งมี2ตู้ 2ที่คือมันอย่างงี้ เอ้าทุกคน แยกย้ายไปหน้างาน           

ย้อนกลับไปที่หน้างานถ้ามีโต๊ะซึ่งจะเป็นโต๊ะเดิมแต่จะมีบัตรและหูฟัง สันนิฐานได้เลยว่ามีวิยากรชาวต่างชาติมา แหมหรูจริงๆเพราะมันเป็นหูฟังแปลภาษาแต่ใช้จริงหมดอารมณ์เพราะผู้แปลพูดได้เย็นชาและนิ่งมาก ทันมั่งไม่ทันมั่ง แต่ก็ช่วยได้เยอะสำหรับผม โดยที่ต้องแลกบัตรก่อน บัตรอะไรก็ได้ยกเว้น นามบัตร บัตรส่วนลด บัตรสะสมแต้ม และบัตรเครดิต อ้อ และธนบัตร 1000บาทไม่คุ้มหรอก เอ้ากลับไปที่ในงานโลด ไปๆๆๆๆๆ~            กลับไปที่ในงานก่อนเริ่มงานจะมีดนตรีเดิมๆ พิธีกรก็ยังกะเล่นงิ้ว แต่งหน้าได้ใจจริงๆ  แต่ที่น่าสงสัยอย่างนึง งานเริ่มเวลาไหน มักจะช้ากว่าที่กำหนดทุกที           

 ส่วนต่อไปจะเป็นบรรยากาศงาน เริ่มแรกจะเหมือนๆกันทุกงาน จะมีพิธีกรที่เพิ่งเล่นงิ้วมากล่าวเปิดงานยังกะพระสวด ฟังแล้วสบายหูจริงๆ เผลๆอาจพูดว่าสาธุก็เป็นได้ แล้วต่อมาก็เชิญประธานมาเปิดพิธี ตรงนี้ประธานจะมีสกิลอย่างนึงคือ สามารถกล่อมให้หลับได้ พอกล่าวเปิดงานเสร็จ ก็จะมีหน้าม้ามาปรบมือก่อนแล้วจะมีคนมาปรบมือตามมา แล้วก็จะมีการฉายภาพยนตร์เปิดงาน บางครั้งบางงานก็มีการแสดงด้วย ซึ่งไม่เข้ากับจุดประสงค์ของชื่องานเล๊ย หลังจากนั้นก็จะมีวิทยากรมาพูดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

พอพักทานอาหารว่างเท่านั้นแหละ เหล่าผู้คนก็เริ่มแสดงความโลภหรือความอดอยากกันแน่อันนั้นก็ไม่เข้าใจ(ขอโทษที่พูดแรง ผมก็โดน) ก็จะออกไปวิ่งเอาของว่างยังกะรังผึ้งมันแตก บางคนได้กล่อง บางคนก็มาสองกล่อง บางคนล่อเป็นถุง บางคนก็พักเข้าห้องน้ำกันเป็นว่าเล่น แหม ห้องน้ำนี่มันขายดีจริงๆเต็มยิ่งกว่าในห้องประชุมซะอีก พอเริ่มงานครั้งที่สอง ก็มีวิทยากรพูดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ช่วงใกล้จะจบก็จะเชิญแขกมาตอบคำถาม เชื่อเต๊อะ กว่าร้อยละ90จะใบ้แดกเหมือนกับเพิ่งตื่นถ้าไม่มีหน้าม้ามาเชิญตอบก่อน ซึ่งหน้าม้าที่จะกู้สถานการณ์ได้ก็มีแต่ผมเท่านั้นแหละ(ถ้างานไหนมีผมอยู่ ส่วนงานอื่นๆที่ผมไม่ได้ไปก็ไม่แน่ใจ)แล้วจะมีคนแย่งตอบตามหลังกลัวว่าหลับแล้วไม่ได้ฟังอะไร บางครั้งก็มั่วเละถามชีวิตครอบครัว ขับรถสีอะไร กินข้าวที่ไหน และเลขวันพรุ่งนี้ออกอะไร อ้าว พอจบงานก็มีคนมาให้ของรางวัลแก่วิทยากร ส่วนวิทยากรแต่ละคนก็ทำหน้ายังกะได้เหรียญทอง แลก็เชิญถ่ายรูปโดยทีลืมช่างเสียงกับช่างไฟไปสนิทใจ ส่วนแขกคนอื่นๆก็กลับบ้านกันไปบางคนหน้าด้านไปขอของว่ากลับบ้านเพิ่มซะงั้นไม่ใช่ใคร ผมเองแหละ  55 

ที่ใดมีสัมมนา ที่นั่นอย่าลืมเชิญผมทุกเมื่อ 555

****************************

ซอยด์จงเจริญ!!

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet